You are here:   Home เกี่ยวกับกองยุทธศาสตร์ ข่าวและข้อมูลประชาสัมพันธ์ โครงการโรงพักเพื่อประชาชนระยะที่ 3 (พ.ศ.2554-2558)

โครงการโรงพักเพื่อประชาชนระยะที่ 3 (พ.ศ.2554-2558)

Monday, 06 September 2010 10:56 Admin
Print PDF

cover02

 

 

@ ดาวน์โหลดที่นี่ คู่มือการปฏิบัติ โครงการสถานีตำรวจเพื่อประชาชน ระยะที่ 3 ตามนโยบาย เร่งด่วน 6 เดือนแรก ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

@ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการของบประมาณ บช.โครงการสถานีตำรวจเพื่อประชาชน

@ ดาวน์โหลดโครงการชุมชนเข้มแข็ง


 

 

     ภารกิจที่ท้าท้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นภารกิจของสถานีตำรวจซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนและเป็นหน่วยงานปฏิบัติการในด้านการบริการทั่วไป ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้านการควบคุมและจัดการจราจร ด้านการประชาสัมพันธ์และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน     ด้านการปรับปรุงสถานที่  ทำการและสภาพแวดล้อม และด้านการบริหารงานและปกครอง บังคับบัญชา โดยความสำเร็จ ความเชื่อมั่น ศรัทธาหรือความล้มเหลวในภารกิจของตำรวจ จะอยู่ที่ผลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับสถานีตำรวจ  ซึ่งเป็นต้นธารแห่งความเป็นธรรมและการให้บริการเบื้องต้นที่จะต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยส่วนรวม

     ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ กรมตำรวจ จึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน”หรือ “โครงการโรงพักเพื่อประชาชน” ขึ้น เป็นครั้งแรก โดยมีหลักการที่สำคัญ ดังนี้

๑. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการบริหารของกรมตำรวจไปจนถึงสถานีตำรวจในลักษณะของการ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ ร่วมประเมินผล

๒. ปรับบทบาท ค่านิยมและจิตสำนึกของข้าราชการตำรวจ จากการเป็นผู้ปกครองมาเป็นผู้ให้บริการและสามารถร่วมทำงานกับประชาชนได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้บริการจากสถานีตำรวจ

๓. ปรับปรุงให้กระบวนการต่าง ๆ ของงานตำรวจสิ้นสุดที่สถานีตำรวจและลดขั้นตอนการปฏิบัติลงให้น้อยที่สุดในการดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๔ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักการและจุดเน้นแนวทางการปฏิบัติไว้ ๗ ด้าน คือ

๑. ด้านการบริการทั่วไป

๒. ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา

๓. ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

๔. ด้านการควบคุมและจัดการจราจร

๕. ด้านการประชาสัมพันธ์และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน

๖. ด้านการปรับปรุงสถานที่ทำการและสภาพแวดล้อม

 

๗. ด้านการบริหารงานและปกครองบังคับบัญชา

 

     เมื่อเสร็จสิ้นโครงการดังกล่าวในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ แล้ว ผลการประเมินปรากฏว่า สถานีตำรวจส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ตามโครงการ มีเพียงร้อยละ ๗.๘ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบแรก แต่การคัดเลือกในรอบที่สองที่ไม่ผ่านเกณฑ์เหลือเพียงร้อยละ ๔.๗ ของสถานีตำรวจทั้งหมด สรุปปัญหาได้ดังนี้

 

๑. หน่วยงานระดับกองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด บางแห่งไม่ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการติดตามประเมินผลโครงการฯ อย่างจริงจัง

 

๒. คณะทำงานติดตามประเมินผลโครงการฯ ระดับกองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด ยังขาดความรู้ความเข้าใจแนวความคิดของการดำเนินการตามโครงการฯ ที่ถูกต้อง จึงมุ่งพัฒนาแต่เพียงบางด้านโดยให้ความสนใจด้านอื่น ๆ น้อยกว่าที่ควร

 

๓. ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินการตามโครงการฯ ดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดคือตัวหัวหน้าสถานีตำรวจ

 

๔. ความต่อเนื่องของการดำเนินการตามโครงการฯ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้โครงการประสบผลสำเร็จ

 

๕. จากความคิดเห็นของคณะทำงานตรวจติดตามการดำเนินการตามโครงการฯ ในระดับต่าง ๆ เห็นว่าเกณฑ์มาตรฐานการกำหนดตัวชี้วัดของกิจกรรมยังไม่ชัดเจน รวมทั้งการให้คะแนนยังไม่เป็นมาตรฐาน ทำให้คณะทำงานตรวจติดตามประเมินผล ในระดับต่าง ๆ อาจมีความเห็นในการให้คะแนนแตกต่างกันได้

 

      ต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาเพื่อจัดทำโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน (โรงพักเพื่อประชาชน) ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙) เป็นโครงการที่อัญเชิญแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ             พระเจ้าอยู่หัว มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาและบริหารหน่วยงานโดยยึดหลักทางสายกลาง เพื่อให้หน่วยงานรอดพ้นจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงในการนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุล มีคุณภาพและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่เกิดขึ้น จึงได้มี

 

     การปรับปรุง แก้ไขโดยกำหนดกิจกรรมหลักแนวทางการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตัวชี้วัดเกณฑ์การประเมินผลในแต่ละด้านจากเดิมระยะที่ ๑ จำนวน ๗ ด้าน ลดเหลือจำนวน      ๔ ด้าน สรุปได้ดังนี้

 

๑. ด้านการบริการทั่วไป

 

๒. ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา

 

๓. ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

๔. ด้านการควบคุมและจัดการจราจร

 

 

 

     เมื่อเสร็จสิ้นโครงการฯในระยะที่  ๒ ปรากฏว่า สถานีตำรวจส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี แต่ยังขาดความเข้าใจในการดำเนินการตามโครงการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง มุ่งเน้นการพัฒนาทางด้านกายภาพมากกว่าความพึงพอใจของประชาชน ให้ความสนใจด้านการพัฒนาสถานที่ทำการ แต่ขาดความสนใจพัฒนาด้านการให้บริการ ด้านการจัดสายตรวจ ด้านการจราจร ด้านอำนวยความยุติธรรมทางอาญาและอื่น ๆ จึงทำให้ผลการดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งประชาชนยังไม่มีความพึงพอใจ ขาดความเชื่อมั่น ศรัทธา ประกอบกับคณะทำงานตรวจติดตามการดำเนินการตามโครงการฯในระดับต่าง ๆ ยังขาดความรู้ความเข้าใจ แนวความคิดในการดำเนินการอย่างถูกต้อง มาตรฐานการปฏิบัติยังไม่ชัดเจน จึงทำให้คณะทำงานตรวจติดตามประเมินผลในระดับต่าง ๆ มีความเห็นการให้คะแนนแตกต่างกัน

 

     ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ           พ.ศ. ๒๕๔๘ และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๘ โครงการดังกล่าว จึงอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังมอบหมายให้สำนักงานจเรตำรวจ ตรวจติดตามและประเมินผลโครงการฯ

     เนื่องจากมีการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนกฎหมายต่าง ๆ อาทิ เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับที่ ๕             พ.ศ.๒๕๔๕ พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖     แผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบราชการไทย ฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๑ – ๒๕๕๔ ประกอบกับกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ พ.ศ.๒๕๕๒ มอบหมายให้สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ มีอำนาจหน้าที่ ในการวางแผน ควบคุม ให้คำแนะนำและเสนอการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจและหน่วยงานในสังกัด  จึงให้มีการปรับปรุงโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน (โรงพักเพื่อประชาชน) ระยะที่ ๓    (พ.ศ.๒๕๕๓ – ๒๕๕๗) อันจะนำไปสู่ความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อข้าราชการตำรวจให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

     รัฐบาลปัจจุบัน เน้นในการสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล          แก่ข้าราชการทุกหน่วยงาน เพื่อให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชน ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนสนับสนุนและพัฒนาตำรวจให้มีประสิทธิภาพ ความโปร่งใสและเป็นตำรวจมืออาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี รวมทั้งดำเนินการให้มีการกระจายอำนาจของตำรวจทั้งในส่วนที่ไม่ใช่ภารกิจหลักและกระจายอำนาจการบริหารไปยังส่วนภูมิภาค

Last Updated on Wednesday, 17 November 2010 13:05